“หายแล้ว…แต่ยังไม่จบ”: การติดตามหลังรักษา กุญแจปกป้องชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง

   เมื่อการรักษามะเร็งสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสี (ฉายแสง) เคมีบำบัด การผ่าตัด หรือแม้แต่ภูมิคุ้มกันบำบัด ยามุ่งเป้า  ผู้ป่วยจำนวนมากรู้สึกเหมือนว่าได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งทีมงานที่รักษามะเร็งยินดีกับผู้ป่วยทุกรายอย่างยิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่พบเสมอและนำมาซึ่งความเสียใจในที่สุดนั่นคือ การไม่มาติดตามอาการหลังการรักษา

   เมื่อกระบวนการรักษาสิ้นสุดลง แพทย์จะนัดเพื่อติดตาม หรือที่เรียกว่า Follow up ในผู้ป่วยทุกราย การนัดนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญหลักๆ คือการเฝ้าระวังการกลับมาเป็นซ้ำ และตรวจหาผลข้างเคียงระยะยาวของการรักษา ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากการรักษาที่แตกต่างกัน ด้วยระยะของโรค ตำแหน่งของก้อน ขนาดของก้อน อายุ สภาวะร่างกายเดิมของผู้ป่วย ดังนั้นการตรวจติดตามหลังการรักษาของผู้ป่วยแต่ละรายแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่แตกต่างกันไป และการตรวจติดตามนี้มีความสำคัญเท่ากับการรักษา

   ผลข้างเคียงระยะยาวของการรักษาในบางกรณี ไม่เกิดขึ้นในระหว่างการรักษา หรือแม้กระทั่งไม่แสดงอาการใดหลังรักษาจบใหม่ๆ แต่อาจมีผลต่อเนื่องระยะยาว ซึ่งแพทย์จะนัดเพื่อเฝ้าดูและแนะนำการปฏิบัติตัว โดยความถี่ในการนัดจะค่อยๆขยายห่างออกไปเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่ผ่านไปหลังการรักษาหากไม่พบอาการผิดปกติใด

   ความเข้าใจที่ผิด เช่น ไม่เจ็บ = ไม่เป็นอะไรแล้ว , รักษาจบแล้ว = หายแล้ว หรือการไม่ติดตามอาการเนื่องจากมีความยากลำบากในการเดินทางหรือประมาทในตัวโรคและผลข้างเคียง เป็นต้นเหตุของความเสียใจที่ตามมาในอนาคต

   ผู้ที่ได้รับการรักษาจนจบเป็นผู้ที่โชคดีและมีโอกาสในการใช้ชีวิตมากกว่าผู้ที่รักษาไม่ได้แล้ว การกลับมาติดตามอาการตามแพทย์นัดเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาที่จะช่วยปกป้องชีวิตของเรา อย่ารอจนมีอาการอีกครั้งแล้วค่อยกลับมาหาหมอ 

Post Views: 12
Language »