ทำความรู้จัก 𝗖𝗖𝗥𝗧 : พลังผสมผสานเพื่อชัยชนะในการรักษามะเร็ง

        เมื่อผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ในการวางแผนการรักษาว่าให้ฉายรังสีและให้ยาเคมีไปพร้อมกัน (CCRT) ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะมีความกังวลว่า ไหวไหม เรามาดูกันว่า การรักษาด้วยการฉายรังสีไปพร้อมกับการให้ยาเคมี ช่วยให้การรักษามะเร็งได้ผลดีขึ้นได้อย่างไร
 

  การฉายรังสี (หรือที่บางท่านเรียก ฉายแสง) ร่วมกับการให้ยาเคมีบำนัดนั้น เราเรียกสั้นๆว่า 𝗖𝗖𝗥𝗧 (𝗖𝗼𝗻𝗰𝘂𝗿𝗿𝗲𝗻𝘁 𝗖𝗵𝗲𝗺𝗼𝗿𝗮𝗱𝗶𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝗮𝗽𝘆) จากเดิมที่ การรักษามะเร็งมักใช้ 3 วิธีได้แก่ ผ่าตัด ฉายรังสี และเคมีบำบัด ในอดีตเราอาจเลือกที่จะทำทีละอย่าง แต่ CCRT คือการนำเอาสองวิธีคือ ฉายรังสีและเคมีบำบัด

ทำไปพร้อมๆกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น ในวันเดียวกันจะรักษาทั้งการฉายรังสีและให้ยาเคมีบำบัด โดยหวังผลเพื่อเสริมฤทธิ์กันในการรักษามะเร็งให้หายขาด
 

𝗖𝗖𝗥𝗧 ทำงานอย่างไร 

1. Radiosensitization (การเสริมฤทธิ์รังสี): ยาเคมีบำบัดบางชนิดมีคุณสมบัติพิเศษในการทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอ และไวต่อรังสีมากขึ้น และเมื่อเซลล์มะเร็งที่อ่อนแอนั้นได้รับรังสี จะถูกทำลายได้ง่ายกว่าการฉายรังสีเพียงอย่างเดียว
2. Double Impact: รังสีรักษาทำหน้าที่กำจัดก้อนมะเร็งเฉพาะจุด (Local control) ในขณะที่ยาเคมีบำบัดนอกจากจะช่วยเสริมฤทธิ์รังสีแล้ว ยังช่วยจัดการกับเซลล์มะเร็งที่อาจหลุดรอดไปตามกระแสเลือดหรือระบบน้ำเหลือง (Systemic control) ไปในตัวด้วย
3. การยับยั้งการซ่อมแซม: โดยธรรมชาติเซลล์มะเร็งจะพยายามซ่อมแซมตัวเองหลังจากถูกรังสีทำร้าย ยาเคมีบำบัดจะเข้าไปขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมนี้ ทำให้เซลล์มะเร็งตายลงอย่างถาวร
ตัวอย่างการใช้เทคนิค CCRT ในการรักษามะเร็ง
  • ผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกที่อยู่ใกล้ฐานสมอง ใช้ CCRT เพราะการผ่าตัดทำได้ยาก การใช้ CCRT ถือเป็นการรักษาที่หวังผลหายขาดและผู้ป่วยยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  • มะเร็งปากมดลูก ในทุกระยะ การใช้ CCRT ถือเป็นมาตรฐานการรักษา ให้ผลการรักษาที่ดีกว่าอย่างชัดเจน และยังช่วยลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำ
  • มะเร็งปอด การใช้ CCRT ช่วย ”ยุบ” ก้อนมะเร็งให้เล็กจนสามารถผ่าตัดได้ง่ายขึ้น ในบางรายที่ตอบสนองดี อาจได้ผลดีจนไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด
     

   การฉายรังสีในปัจจุบันมีเทคนิคหลายเทคนิค การฉายที่แม่นยำช่วยลดผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อปกติได้อย่างมาก หากแพทย์แนะนำหรือวางแผนในการรักษาด้วย CCRT ไม่ต้องกังวลใจ แต่ให้ทราบว่าท่านกำลังได้รับการรักษาที่ดี และมีโอกาสการหายสูงขึ้นอย่างมาก สิ่งที่ผู้ป่วยช่วยได้คือการปฏิบัติตนตามที่แพทย์แนะนำ เช่น การรับประทานอาหารให้เพียงพอ รับประทานโปรตีนให้มาก และพักผ่อนให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี

Post Views: 20
Language »